รู้จักหลักสูตรดำน้ำ PADI ก่อนตัดสินใจลงทะเลครั้งแรก
- 2 hours ago
- 3 min read
หลายคนที่อยากเริ่มต้นโลกใต้ทะเลมักมีคำถามแรกในใจเหมือนกันว่าเรียนดำน้ำมีกี่แบบ และต้องเริ่มจากตรงไหนถึงจะเหมาะกับตัวเอง บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักหลักสูตร PADI ทั้งหมดที่เปิดสอนที่ The Dearly Dive เกาะเต่า ตั้งแต่คอร์สลองดำน้ำหนึ่งวันสำหรับมือใหม่ ไปจนถึงเส้นทางอาชีพนักดำน้ำมืออาชีพ เพื่อให้คุณเลือกหลักสูตรที่ใช่ได้ตั้งแต่ก้าวแรก
หลักสูตร PADI คืออะไร ทำไมถึงเป็นมาตรฐานการดำน้ำที่นักดำน้ำทั่วโลกเลือก
ก่อนจะรู้ว่าเรียนดำน้ำมีกี่แบบ เราต้องเข้าใจก่อนว่า PADI (Professional Association of Diving Instructors) คือองค์กรรับรองนักดำน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เปิดสอนใน 186 ประเทศ มีศูนย์ดำน้ำกว่า 6,600 แห่ง และออกใบรับรองไปแล้วกว่า 29 ล้านใบทั่วโลก จุดเด่นของ PADI คือมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มข้น หลักสูตรเป็นระบบขั้นบันได และใบเซอร์ใช้ได้ทั่วโลกตลอดชีวิต ทำให้นักดำน้ำที่เรียนจบสามารถไปดำน้ำได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเรียนซ้ำ
หลักสูตรดำน้ำ PADI ที่ The Dearly Dive เกาะเต่า มีทั้งหมดกี่แบบ?
ที่ The Dearly Dive มีหลักสูตร เรียนดำน้ำเกาะเต่า ครบทุกระดับ ตั้งแต่คนที่ไม่เคยลงน้ำเลย ไปจนถึงคนที่อยากเปลี่ยนสายงานมาเป็นครูสอนดำน้ำ โดยหลักๆ แบ่งออกเป็น
Discover Scuba Diving, Open Water Diver, Advanced Open Water Diver, Emergency First Response, Rescue Diver, Divemaster, IDC Course รวมถึง Fun Dives และ Refresher สำหรับคนที่มีใบเซอร์อยู่แล้ว เรามาดูทีละหลักสูตรกันว่าแบบไหนเหมาะกับคุณ

Discover Scuba Diving (DSD) ลองดำน้ำครั้งแรกในชีวิต ไม่ต้องมีพื้นฐาน
Discover Scuba Diving เป็นโปรแกรมหนึ่งวัน ที่ออกแบบมาให้คนที่ไม่เคยดำน้ำได้ลองสัมผัสโลกใต้ทะเลโดยไม่ต้องคอมมิทกับคอร์สยาว ช่วงเช้าจะฝึกทักษะพื้นฐานในสระว่ายน้ำของรีสอร์ท แล้วช่วงบ่ายลงดำน้ำในทะเลจริงกับครูฝึก 2 ไดฟ์ ความลึกไม่เกิน 12 เมตร
Discover Scuba Diving เหมาะกับใคร
เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัด คนที่อยากลองก่อนตัดสินใจลงเรียนคอร์สเต็ม หรือคู่รัก ครอบครัวที่อยากมีประสบการณ์ร่วมกัน อายุขั้นต่ำ 10 ปี ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถเริ่มได้
DSD สามารถต่อยอดได้ไหม
สามารถต่อยอดได้ เพราะ Credit จาก DSD สามารถนับเป็นส่วนหนึ่งของคอร์ส Open Water ได้ภายใน 12 เดือนหลังจบโปรแกรม ถ้าสนใจสามารถสมัครเรียนต่อได้เลย
PADI Open Water Diver — ใบเซอร์ดำน้ำใบแรกที่ใช้ได้ทั่วโลก
หลักสูตร PADI Open Water Diver เป็นหลักสูตรสำหรับคนที่อยากเป็นนักดำน้ำเต็มตัว ใช้เวลาเรียน 3 วัน แบ่งเนื้อหาเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ การเรียนทฤษฎีผ่านระบบ e-learning การฝึกทักษะในสระว่ายน้ำ จำนวน 5 เซสชัน และการดำน้ำในทะเลจริง (Open Water Dives) อีก 4 ไดฟ์ เมื่อจบหลักสูตรผู้เรียนจะได้รับใบรับรองที่สามารถดำน้ำได้ลึกสูงสุด 18 เมตร และใช้ได้ทั่วโลกตลอดชีวิตโดยไม่มีวันหมดอายุ
Open Water Diver คืออะไร เหมาะกับใคร
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นนักดำน้ำอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ลองสัมผัสประสบการณ์ใต้น้ำเท่านั้น โดยเฉพาะนักเดินทางที่วางแผนไปดำน้ำในจุดท่องเที่ยวระดับโลก เช่น มัลดีฟส์ อียิปต์ หรืออินโดนีเซีย เนื่องจากใบรับรอง PADI เป็นมาตรฐานที่ศูนย์ดำน้ำทั่วโลกให้การยอมรับ
เงื่อนไขก่อนเริ่มเรียน
ผู้สมัครต้องมีอายุ 10 ปีขึ้นไป (อายุต่ำกว่า 15 ปีจะได้รับใบ Junior Open Water) มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถดำน้ำได้อย่างปลอดภัย ต้องว่ายน้ำได้ระยะทาง 200 เมตร (หรือ 300 เมตรหากใช้หน้ากากและตีนกบ) และสามารถลอยตัวในน้ำเปล่าได้ต่อเนื่อง 10 นาที นอกจากนี้ต้องเรียน e-learning ให้จบก่อนเดินทางเพื่อใช้เวลาที่เกาะเต่าได้อย่างคุ้มค่า
PADI Advanced Open Water Diver — ยกระดับทักษะ ดำได้ลึกถึง 30 เมตร
หลักสูตร PADI Advanced Open Water Diver ออกแบบมาเพื่อต่อยอดทักษะจาก Open Water โดยตรง ใช้เวลาเรียนเพียง 2 วัน ประกอบด้วย Adventure Dive ทั้งหมด 5 ไดฟ์ โดยมี Deep Dive และ Underwater Navigation เป็นไดฟ์บังคับ ส่วนอีก 3 ไดฟ์ผู้เรียนสามารถเลือกได้ตามความสนใจ เช่น Wreck Dive สำรวจซากเรือใต้น้ำ Night Dive ดำน้ำกลางคืน Peak Performance Buoyancy ฝึกการควบคุมการลอยตัว หรือ Enriched Air Nitrox เพื่อยืดเวลาการอยู่ใต้น้ำ
Advanced Open Water คืออะไร เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่ต้องการปลดล็อกความลึกจาก 18 เมตรเป็น 30 เมตร ซึ่งเป็นความลึกมาตรฐานของจุดดำน้ำส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงจุดดำน้ำเด็ดของเกาะเต่าอย่าง Sail Rock และ Chumphon Pinnacle นอกจากนี้ยังเป็นทางลัดสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมประสบการณ์ในรูปแบบที่หลากหลายภายในระยะเวลาสั้น
เงื่อนไขก่อนเริ่มเรียน
ผู้สมัครต้องมีใบรับรอง PADI Open Water Diver หรือเทียบเท่ามาก่อน อายุ 10 ปีขึ้นไป (อายุต่ำกว่า 15 ปีจะได้ Junior Advanced Open Water) และเรียน e-learning ให้จบก่อนเริ่มคอร์ส ทั้งนี้นักเรียนส่วนใหญ่ของ The Dearly Dive นิยมเรียน Open Water และ Advanced ต่อเนื่องกัน 5 วัน เพื่อความคุ้มค่าทั้งในด้านเวลาและงบประมาณ
Emergency First Response (EFR) — เรียนปฐมพยาบาลเพื่อความปลอดภัยใต้น้ำ
Emergency First Response เป็นหลักสูตรปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตเบื้องต้นตามมาตรฐานสากล ใช้เวลาเรียน 1-2 วัน แม้จะไม่ใช่หลักสูตรดำน้ำโดยตรง แต่ถือเป็นเงื่อนไขบังคับสำหรับผู้ที่ต้องการเรียน Rescue Diver และ Divemaster ในลำดับถัดไป
EFR คืออะไร จำเป็นแค่ไหน
เนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุมการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน (CPR) การปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ การใช้เครื่อง AED รวมถึงการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ ใบรับรอง EFR มีอายุ 24 เดือน นอกจากใช้ในการเรียนต่อหลักสูตรขั้นสูงแล้ว ทักษะที่ได้รับยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
PADI Rescue Diver — เรียนดูแลความปลอดภัยให้ตัวเองและคนรอบข้าง
PADI Rescue Diver เป็นหลักสูตรที่นักดำน้ำหลายคนยกให้เป็นคอร์สที่ท้าทายและให้ประสบการณ์มากที่สุด เพราะเป็นจุดเปลี่ยนจากการเป็นนักดำน้ำที่ดูแลตัวเอง สู่การเป็นนักดำน้ำที่สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ ใช้เวลาเรียน 3 วัน เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การประเมินสถานการณ์ฉุกเฉิน การจัดการความเครียดของตนเองและบัดดี้ การค้นหานักดำน้ำที่หายตัวไป ไปจนถึงเทคนิคการลำเลียงผู้ประสบเหตุขึ้นสู่เรือ
Rescue Diver คืออะไร เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับนักดำน้ำที่ต้องการยกระดับคุณภาพการดำน้ำของตนเอง ผู้ที่เดินทางดำน้ำเป็นประจำและต้องการความมั่นใจในการรับมือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงผู้ที่วางแผนต่อยอดสู่ระดับ Professional อย่าง Divemaster และ Instructor ในอนาคต
เงื่อนไขก่อนเริ่มเรียน
ผู้สมัครต้องมีใบรับรอง Advanced Open Water Diver หรือเทียบเท่า และผ่านหลักสูตร Emergency First Response (EFR) ภายในระยะเวลา 24 เดือนที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่ยังไม่มีใบรับรอง EFR สามารถเรียนควบคู่กับ Rescue Diver ที่ The Dearly Dive ได้ในคราวเดียว

PADI Divemaster — ก้าวแรกสู่เส้นทางอาชีพนักดำน้ำ
PADI Divemaster เป็นใบรับรองระดับ Professional ใบแรกในเส้นทาง PADI ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจาก "นักดำน้ำสมัครเล่น" สู่ "นักดำน้ำมืออาชีพ" หลักสูตรนี้ไม่มีกำหนดระยะเวลาตายตัว ใช้เวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับตารางของผู้เรียนและประสบการณ์ที่ต้องสะสม ทั้งการช่วยครูฝึกสอนคอร์สต่างๆ การนำ Fun Dive และการเรียนรู้การบริหารจัดการบนเรือดำน้ำ
Divemaster คืออะไร เหมาะกับใคร
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสายอาชีพมาทำงานในวงการดำน้ำ ผู้ที่วางแผนใช้ชีวิตในต่างประเทศ หรือผู้ที่ต้องการ Gap Year ที่มีคุณค่า นักเรียนหลายคนของ The Dearly Dive เริ่มต้นจากการมาท่องเที่ยวเกาะเต่า ก่อนตัดสินใจปักหลักเพื่อเรียน Divemaster และต่อยอดสู่การเป็นครูสอนดำน้ำในที่สุด
เงื่อนไขก่อนเริ่มเรียน
ผู้สมัครต้องมีใบรับรอง Rescue Diver, EFR ที่ยังไม่หมดอายุ, log book อย่างน้อย 40 ไดฟ์ (และต้องสะสมให้ครบ 60 ไดฟ์ก่อนจบหลักสูตร), อายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงใบรับรองแพทย์ว่ามีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอสำหรับการดำน้ำในระดับมืออาชีพ
Divemaster เปิดโอกาสอะไรบ้าง
หลังจากได้รับใบรับรอง Divemaster ผู้เรียนสามารถนำ Fun Dive ได้ด้วยตนเอง ทำหน้าที่ผู้ช่วยครูฝึกในหลักสูตรต่างๆ และสามารถสมัครงานในศูนย์ดำน้ำทั่วโลก ทั้งในมัลดีฟส์ บาหลี ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ไปจนถึงทะเลแคริบเบียน นับเป็นใบเบิกทางสำคัญสำหรับผู้ที่ใฝ่ฝันถึงชีวิตการทำงานที่ผูกพันกับท้องทะเล
PADI Instructor Development Course — เส้นทางสู่ครูสอนดำน้ำมืออาชีพ
PADI Instructor Development Course (IDC) คือหลักสูตรสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวจาก Divemaster สู่การเป็นครูสอนดำน้ำในระดับ PADI Open Water Scuba Instructor หลักสูตรแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ Assistant Instructor และ Open Water Scuba Instructor โดยสอนโดย PADI Course Director ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในสายวิชาชีพดำน้ำ เมื่อเรียนจบหลักสูตรผู้เรียนจะต้องเข้าสอบ PADI Instructor Examination (IE) ที่ใช้เวลา 2 วัน เมื่อสอบผ่านแล้วจะมีสิทธิ์สอนหลักสูตรต่างๆ ตั้งแต่ Open Water, Advanced Open Water, Rescue Diver ไปจนถึง Divemaster
ระยะเวลาเรียนมีความยืดหยุ่นสูง ตั้งแต่ 2 สัปดาห์สำหรับแบบเร่งรัด ไปจนถึง 2-3 เดือนสำหรับแบบพาร์ทไทม์ เงื่อนไขก่อนเริ่มหลักสูตรคือผู้สมัครต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีใบรับรอง PADI Divemaster หรือเทียบเท่า เป็นนักดำน้ำที่ผ่านการรับรองมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน มีใบรับรองแพทย์ที่ออกภายใน 12 เดือน ผ่านใบรับรอง EFR ภายใน 24 เดือน และมี log book อย่างน้อย 60 ไดฟ์ (ต้องสะสมเพิ่มเป็น 100 ไดฟ์ก่อนเข้าสอบ IE)
Fun Dives และ Refresher — สำหรับคนที่มีใบเซอร์แล้ว
Fun Dives — สำรวจโลกใต้ทะเลเกาะเต่ากว่า 20 จุด
เกาะเต่ามีจุดดำน้ำมากกว่า 20 จุด มีโอกาสเจอเต่าทะเล ฉลามหูดำ และโชคดีอาจเจอ Whale Shark หากไม่ได้ดำน้ำเกิน 6 เดือน แนะนำ Refresher ครึ่งวันเพื่อทบทวนทักษะก่อนลงทะเล
เรียนดำน้ำที่ The Dearly Dive เกาะเต่าดีอย่างไร
The Dearly Dive เป็นทั้งศูนย์ดำน้ำและที่พักในจุดเดียว มีสระว่ายน้ำในรีสอร์ทสำหรับฝึกก่อนลงทะเลจริง เรือดำน้ำส่วนตัวที่ออกแบบมาเพื่อนักดำน้ำโดยเฉพาะ ครูฝึกพูดไทยเข้าใจง่าย และที่พักสะดวกสบายอยู่ใกล้ศูนย์ดำน้ำ ทำให้การเรียนดำน้ำ เกาะเต่า ของคุณราบรื่นตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้าย
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรียนดำน้ำหลักสูตร PADI
1.ไม่เคยดำน้ำเลย ควรเริ่มจากหลักสูตรไหน?
แนะนำให้เริ่มจาก Discover Scuba Diving เพื่อทดลองก่อน หรือถ้ามั่นใจแล้วก็สามารถลุย Open Water ได้เลย
2.ต้องว่ายน้ำเป็นก่อนไหม?
หลักสูตร Discover Scuba Diving DSD ไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำเป็น แต่คอร์ส Open Water ต้องว่ายได้ 200 เมตร และลอยตัวในน้ำได้ 10 นาที
3.ใบเซอร์ PADI หมดอายุไหม?
ใบเซอร์ PADI สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ได้ดำน้ำเกิน 6 เดือน แนะนำ Refresher ก่อน
4.เรียน Open Water กับ Advanced ต่อเนื่องได้เลยไหม?
สามารถเรียนต่อได้เลย รวมเวลา 5 วันก็ได้ใบเซอร์ทั้งสองใบ เป็นแพ็คเกจยอดนิยมของ The Dearly Koh Tao Hostel
5.เรียนดำน้ำที่เกาะเต่าใช้เวลากี่วัน?
Discover Scuba Diving เรียน 1 วัน, Open Water เรียน 3 วัน, Advanced เรียน 2 วัน, Rescue เรียน 3 วัน หากรวมทั้งคอร์สแนะนำให้เผื่อ 5-7 วัน
สรุป เรียนดำน้ำ หลักสูตร PADI
เรียนดำน้ำหลักสูตร PADI มีกี่แบบ คำตอบคือมีตั้งแต่คอร์สลองหนึ่งวันอย่าง Discover Scuba Diving ไปจนถึงเส้นทางมืออาชีพอย่าง IDC โดยมือใหม่แนะนำเริ่มที่ Open Water Diver ส่วนผู้ที่อยากต่อยอดสู่อาชีพ ให้เดินตามเส้นทาง Advanced → Rescue → Divemaster → IDC ได้เลย
พร้อมเริ่มต้นเส้นทางใต้ทะเลแล้วใช่ไหม? ทักมาสอบถามและจองหลักสูตรกับ The Dearly Koh Tao Hostel ได้เลย
เบอร์ติดต่อ : 077-332-49 | 061-608-1988
Facebook: @thedearlydive
IG: @Thedearlydive
Line & whatsapp: +66 61-608-1988


Comments